รีวิวหนัง The Boy Next Door หนุ่มข้างบ้านสะท้านต่อมสยิว

แม้ว่า The Boy Next Door จะโดนถล่มยับหลังจากที่เข้าฉายทั้งนักวิจารณ์และคนดู แต่อย่างไรก็ตาม พล็อตฉาวคาวโลกีย์แบบนี้มักจะได้รับความสนใจอยู่เสมอ แถมเมื่อนางเอกของเรื่องอย่างเจนนิเฟอร์ โลเปซ โดยในช่วงเวลานั้นเธอกลับมาเป็นที่นิยมของ แฟนเพลงทั่วโลก มีผลงานทั้งเพลง ซีรีส์ ภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง ยังไม่รวมไปถึงการเตรียมเปิดโชว์แบบ Residencies ที่ลาสเวกัส กับโชว์ Jennifer Lopez: All I Have ในปี 2016

 

พล็อตเรื่องของ The Boy Next Door พาเราไปทำความรู้จักแคลร์ ปีเตอร์สัน (เจนนิเฟอร์) คุณครูสอนวิชาวรรณคดีในไฮสคูล ผู้ประสบปัญหาครอบครัว เมื่อเธอค้นพบว่าผัวตัวเองแอบไปเล่นชู้กับสาวรุ่นเอ๊าะๆ ด้วยแผลใจที่รักษาไม่หายทำให้เธอต้องเลี้ยงดูลูกชายอย่างเควิน (เอียน เนลสัน) ด้วยความรัก จนกระทั่งวันหนึ่งโนอาห์ (ไรอัน กุซแมน) หนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับลูกย้ายมาอยู่ข้างบ้าน

 

เมื่อหน้าต่างห้องนอนของแคลร์ ตรงกับหน้าต่างบ้านของโนอาห์ ชายหนุ่มกลัดมัน กล้ามเป็นมัดๆ มักจะชอบแก้ผ้าอยู่ในบ้านโทงๆ แคลร์จึงไม่อาจจะละสายตาไปจากความแซ่บสุดเย้ายวนนั้น ไม่นานนักโนอาห์ก็สัมผัสได้ถึงความหิวของคุณแม่สาวแซ่บ เมื่อโอกาสเหมาะโนอาห์จึงรุกคืบเข้ามาในชีวิตของแคลร์แบบไม่ทันตั้งตัว และกว่าที่เธอจะคิดได้ทั้งสองก็มีสัมพันธ์สวาทกันไปแล้วเรียบร้อย

เมื่อชายหนุ่มรุ่นลูกเกิดอยากสานสัมพันธ์กับแคลร์ เพราะมองเห็นรอยร้าวภายในครอบครัว เขาจึงพยายามจีบคุณแม่ลูกติดอย่างออกหน้าออกตา และเมื่อแคลร์เริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่เธอทำไปนั้นเป็นแค่เพียงความรู้สึกเพียงชั่ววูบ (ก็เด็กมันยั่วขนาดนั้น จะให้ห้ามใจยังไงไหว) เธอจึงพยายามตีตัวออกห่างโนอาห์ แต่กลายเป็นว่าความเป็น “วัยรุ่นเลือดร้อน” ยิ่งทำให้โนอาห์อยากจะมัดใจสาวใหญ่หนักข้อมากขึ้นไปทุกที

 

แคลร์เองเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย และคิดว่าสัมพันธ์ระหว่างเธอกับโนอาห์นั้นเป็นเรื่องต้องห้าม และอาจจะส่งผลกระทบกับชีวิตครอบครัวรวมไปถึงอาชีพการงานอย่างการเป็นครูของตัวเอง การรุกคืบเข้ามาในชีวิตส่วนตัวของโนอาห์จึงเริ่มสร้างความหวาดวิตกให้กับแคลร์ขึ้นไปทุกที และความรุนแรงทางอารมณ์ของโนอาห์เองได้เผยให้แคลร์เห็นแล้วว่า เขา “น่ากลัว” กว่าที่คิด

อันที่จริงแล้วหนังแนวสัมพันธ์สวาทหรือรักต้องห้ามนั้น ถือเป็นพล็อตที่ขายได้ตลอดกาลในการผลิตวรรณกรรมในทุกประเภท เพราะเรื่องใดๆก็ตามที่ละเมิดต่อเรื่องศีลธรรมจรรยา หรือค่านิยมของสังคมใดสังคมหนึ่ง มักเป็นความแฟนตาซีที่ใครหลายคนฝันถึง อยากลองทำบ้าง แต่ด้วย “กรอบ” ที่จำกัดและเป็นตัวห้ามไม่ให้พวกเธอกระทำได้จริงๆ จึงทำให้เรื่องราวเหล่านี้หอมหวนและล่อตาล่อใจหญิงสาวมาโดยตลอด

 

สิ่งที่ค่อนข้างน่าคิดคือ เป็นหนังที่เขียนบทโดย มือเขียนบทหญิงอย่างบาร์บาร่า เคอร์รี่ และตัวเจนนิเฟอร์ โลเปซเองก็ควบตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ทำให้เราพอมองเห็นภาพใหญ่ว่าจริงๆแล้ว หนังเรื่องนี้พยายามถ่ายทอดห้วงอารมณ์แห่งความปรารถนาของหญิงสาว ในตาของผู้หญิงอย่างแท้จริง เพราะหนังได้เผยให้คนดูเห็นว่าสามีของแคลร์อย่างแกเรตต์ (จอห์น คอร์เบตต์) แอบไปมีกิ๊กเป็นสาวอายุน้อยกว่า มีอยู่ห้วงความคิดหนึ่งของแคลร์เช่นกัน ว่าในเมื่อฝ่ายชายทำได้ เธอจะไปแซ่บ ซู่ซ่าส์กับหนุ่มรุ่นลูกบ้างไม่ได้

เผยให้คนดูเห็นฉากเซ็กส์สุดเร่าร้อนของแคลร์กับโนอาห์ และมันยังถ่ายทอดด้วยสายตาที่ผู้หญิงมองผู้ชายด้วยความปรารถนา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโนอาห์กลายเป็นวัตถุทางเพศของหนังเรื่องนี้ และยังกลายเป็นตัวละครที่วิ่งตามผู้หญิงแบบโงหัวไม่ขึ้น ทุกอย่างที่ตัวละครนี้เริ่มคุกคามแคลร์ถูกขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาทางเพศตามฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรนที่พลุ่งพล่านอยู่ตลอดเวลา ที่มา 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *