เลือก ประตูกระจกบานสวิง ดีไหม แตกร้าวง่ายหรือเปล่า?

ประตูกระจกบานสวิง ดีไหม แตกร้าวง่ายหรือเปล่า? เลือกประตูกระจก บานสวิงแต่งบ้าน ดีไหม ในปัจจุบันการออกแบบบ้าน หรือ คอนโด โดยส่วนใหญ่มักเน้นการแต่งให้โปร่งโล่งสบาย โดยเฉพาะให้แสงจากธรรมชาติที่สามารถรอดผ่านเข้ามาในกระจกได้ ทำให้บ้านดูมีมุมมองที่ดี สามารถมองออกสู่ภายนอกได้เพราะเหตุนี้จึงมีการนำเอาวัสดุตกแต่งบ้านอย่างเช่น “กระจก” เข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันกระจกมีหลากหลายประเภท ซึ่งโดยส่วนใหญ่นำมาใช้เพิ่มแสงสว่างให้กับตัวบ้าน อย่างเช่น กระจกโฟลตใส , กระจกสี , กระจกเทมเปอร์กลาส , กระจกสะท้อนรังสีจากดวงอาทิตย์ เป็นต้น กระจกเป็นวัสดุที่ต้องการการดูแลรักษาและต้อง

ระมัดระวังการใช้งานเป็นพิเศษ ดังนั้นการเลือกชนิดกระจกก็เป็นตัวแปรที่สำคัญ ที่ให้คุณสามารถนำมาใช้ให้ถูกประเภท ถูกลักษณะงาน เพราะหากนำกระจกมาใช้ไม่เหมาะสมต่องาน อาจจะต้องรับมือกับรอยแตกร้าวและความเสียหายที่จะตามมา

 

ปัจจุบันกระจกถูกนำมาตกแต่งบ้าน อย่างเช่น ประตูกระจกบานสวิง (บานผลัก) ซึ่งช่วยตอบโจทย์การใช้งานของผู้คนยุคสมัยใหม่มากยิ่งขึ้น โดยประตูกระจกบานสวิงสามารถเปิดค้างได้ 90 องศา ดังนั้นจึงก่อให้เกิดการชำรุด หรือ เสียหายได้ง่าย เรียกได้ว่าเป็นปัญหาที่ทำให้เจ้าของบ้านกลุ้มใจไม่ใช่น้อย

ประตูกระจกบานสวิง
ประตูบานผลักเข้า-ผลักออก โดยบริเวณประตูจะมีโช๊คฝังในวงกบติดตั้งสำเร็จให้เลย ประตูเช่นนี้เหมาะสำหรับการติดตั้งในสถานที่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน ห้องออฟฟิศ หรือ ติดตั้งเป็นประตูร้านขายของต่างๆ เป็นต้น โดยประตูกระจกบานสวิงสามารถเปิดตั้งค้างได้ 90 องศา เมื่อผลักประตู ประตูจะปิดเข้ามาอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการลืมปิดประตู โดยส่วนใหญ่มักเลือกติดตั้งประตูกระจกบานสวิงกับห้องที่ติดแอร์ทเพื่อไม่ให้แอร์ออกหากลืมปิดประตู

ประตูกระจกบานสวิง มีราคาไม่แพงมาก สามารถติดตั้งได้ทั่วไป โดยตัวประตูจะเป็นวัสดุอะลูมิเนียม โลหะ ที่ไม่เกิดสนิม และไม่เกิดปัญหาเรื่องการผุพัง ปัญหาของประตูกระจกบานสวิง จะเป็นปัญหาที่เกิดจากการที่ประตูเวลาปิดจะเหวี่ยงปิดแรงแบบไม่มีการชะลอ ทำให้โช๊คประตูชำรุดเสียหาย หรือ บริเวณประตูจะมีน้ำมันหยดลงมา ซึ่งเป็นอาการบ่งบอกว่าโช๊คประตูเริ่มหมดอายุการใช้งาน ชำรุด รวมไปถึงปัญหาใหญ่ที่อาจเกิดได้ในเรื่องของพื้นบ้านทรุดตัว หากพูดถึงเรื่องการแตกหัก รอยร้าวต่างๆ ของบริเวณประตูพบได้น้อยมาก หากไม่ได้รับการกระแทรก หรือ สั่นสะเทือนแรงเกินไป แต่หากเกิดรอยร้าวบริเวณประตูกระจกแนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ จระเข้ พียู โฟม โพลียูรีเทน ชนิดสเปรย์โฟม ใช้งานอเนกประสงค์ การยึดเกาะดีเยี่ยม สามารถอุดช่องว่างของ วงกบ ประตู หน้าต่าง จากการติดตั้ง กันเสียงและความร้อนได้ดี

การดูแลรักษาประตูกระจกบานสวิง
การทำความสะอาดเฟรมอะลูมิเนียม โดยใช้น้ำมันสน หรือ น้ำมันก๊าซ ที่สามารถหาซื้อได้ร้านค้าวัสดุทั่วไปชุบน้ำ พร้อมเช็คทำความสะอาดสิ่งสกปรกให้หลุดออก ช่วยให้อะลูมิเนียมเงางาม

ประตูกระจกบ้านสวิงได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะมอบความสะดวกสบาย และตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกพื้นที่ ดังนั้นหากเลือกประตูบานสวิงควรเลือกวัสดุกระจกที่ถูกประเภท แนะนำให้ติดตั้งโดยช่างที่มีฝีมือ และเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน เพื่อลดปัญหาเสียงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโช๊คเสื่อมสภาพบานกระจกเกิดรอยแตกร้าว

 

ประตูกระจกบานสวิง คือ
ประตูกระจกอลูมิเนียมบานสวิง เหมาะสำหรับใช้งาน ในส่วนของประตูหน้าสำนักงาน หรือ ประตูหน้าอาคาร ที่มีคนเข้าออกจำนวนมาก เพราะ มีความแข็งแรงทนทานทานต่อการใช้งานสูง ใช้งานสะดวก เปิด – ปิด หรือ ผลักเข้าออกได้สะดวกสบาย

ประตูกระจกบานสวิง ประตูบานเลือนอัตโนมัติ

ในปัจจุบันเราสามารถนำประตูกระจกไม่ว่าจะแบบ ประตูกระจกบานสวิง หรือ แบบบานเลื่อน และแบบอื่น ๆ มาทำเป็นแบบ ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติ ได้แล้ว ซึ่งจะทำให้การใช้งานสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และยังทำให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นด้วย

 

รวม 5 ประเภท ‘ประตู-หน้าต่าง’ ยอดนิยม และคุณสมบัติที่น่าสนใจ

จากวิวัฒนาการของประตู-หน้าต่างตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึงปัจจุบันที่ได้นำเสนอไปแล้วในบทความวิวัฒนาการของประตู-หน้าต่างในงานสถาปัตยกรรม EP.1 และ สรุปวิวัฒนาการของประตู-หน้าต่างในงานสถาปัตยกรรม EP.2 ช่วงเกือบ 40 ปี (ค.ศ.1981 – ปัจจุบัน) ทำให้ทราบการเปลี่ยนแปลงของวัสดุของประตู-หน้าต่างที่ถูกพัฒนาจากการประดิษฐ์คิดค้นและเทคโนโลยีแต่ละยุคสมัย และได้ทราบว่าประตู-หน้าต่างไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่ช่องทางเข้า-ออกและการรักษาความปลอดภัยเท่านั้น แต่ประตู-หน้าต่างยังเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บ่งชี้ถึงศิลปกรรม ความเชื่อทางศาสนาทั้งเรื่องการวางผังตามทิศมงคลและการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติ และความเจริญรุ่งเรืองในแต่ละท้องถิ่นอีกด้วย

จากวัสดุของประตู-หน้าต่างที่หลากหลาย นำไปสู่การออกแบบวิธีเปิด-ปิดประตูให้สอดคล้องกับการใช้งานภายในอาคาร ทำให้เกิดการแบ่งประเภทของประตู-หน้าต่างตามลักษณะการเปิด-ปิด จนสรุปได้เป็น ‘5 ประเภทประตู’ และ ‘5 ประเภทหน้าต่าง’ ที่ได้รับความนิยมจากทุกมุมโลก พร้อมคุณสมบัติของแต่ละประเภท ดังนี้

รวม 5 ประเภทประตูยอดนิยม
1. ประตูบานเปิด (Swing Door)
Raw material
ประตูบานเปิดผลิตจากวัสดุหลากหลาย ได้แก่ ไม้จริง ไม้เทียม อลูมิเนียม สแตนเลส เหล็ก

คุณลักษณะที่น่าสนใจของประตูบานเปิด (Swing Door)
ประตูบานเปิด เป็นประตูที่ได้รับความนิยมในทุกสังคม เนื่องจากการเปิด-ปิดประตูด้วยวิธีผลักหรือดึงนั้นเป็นเซ้นซ์ในการเข้า-ออกของมนุษย์

ประตูบานเปิด แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. ประตูบานเปิดเดี่ยว – มีบานประตู จำนวน 1 บาน

2. ประตูบานเปิดคู่ – มีบานประตู จำนวน 2 บาน

การใช้งาน
การใช้งานประตูบานเปิดเดี่ยวหรือบานเปิดคู่ขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนคน วัตถุ สิ่งของที่เข้า-ออกของแต่ละประเภทห้องและประเภทอาคาร

ประตูบานเปิดไม่ว่าจะเป็นบานเปิดเดี่ยวหรือบานเปิดคู่ สามารถเลือกได้ว่าจะให้เปิด 90 องศา หรือ 180 องศา ประตูบานเปิดมีหลากหลายดีไซน์และวัสดุ ทั้งวัสดุแบบสำเร็จรูปและแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ขนาดมาตรฐาน
ขนาดมาตรฐานของประตูบานเปิดเดี่ยว มีขนาดความกว้าง x ความยาว (หน่วยเซนติเมตร) ดังนี้

ประตูบานเดี่ยวหน้าบ้าน หรือบานทั่วไป
ความกว้าง 90 x ความยาว 200 เซนติเมตร
ความกว้าง 100 x ความยาว 200 เซนติเมตร
ประตูห้องนอน ประตูหลังบ้าน
ความกว้าง 80 x ความยาว 200 เซนติเมตร
ความกว้าง 90 x ความยาว 200 เซนติเมตร
ประตูห้องน้ำ
ความกว้าง 70 x ความยาว 180 เซนติเมตร
ความกว้าง 70 x ความยาว 200 เซนติเมตร
ขนาดมาตรฐานของประตูบานเปิดคู่ มีขนาดความกว้าง x ความยาว (หน่วยเซนติเมตร) ดังนี้

ประตูบานคู่หน้าบ้าน หรือห้องอเนกประสงค์ขนาดใหญ่
ความกว้าง 140 x ความยาว 200 เซนติเมตร (กว้าง 70 เซนติเมตร จำนวน 2 บาน)
ความกว้าง 160 x ความยาว 200 เซนติเมตร (กว้าง 80 เซนติเมตร จำนวน 2 บาน)
ประวัติความเป็นมาโดยย่อ
ประตูบานเปิดเริ่มใช้ตั้งแต่ 587 ปีก่อนคริสตศักราช เมื่อพระเจ้าซาโลมอนผู้สร้างวิหารแห่งซาโลมอนใช้แผ่นไม้มะกอกชุบทองคำปิดหน้าวิหารในกรุงเยรูซาเลม ลักษณะของแผ่นไม้มะกอก คือประตูบานเปิดคู่นั่นเอง

ตัวอย่างการนำไปใช้ในงานออกแบบ
ประตูบานเปิดเดี่ยวนิยมใช้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร รวมทั้งประตูรั้ว แสดงดังภาพ

ประตูบานเปิดคู่ นิยมใช้สำหรับประตูทางเข้าหน้าบ้านและประตูห้องที่มีขนาดใหญ่ แสดงดังภาพ

2. ประตูบานสวิง (Swing Bi-fold Door)
Raw material
กรอบของประตูบานสวิงส่วนใหญ่ผลิตจากอลูมิเนียมหรือสแตนเลส เนื่องจากสะดวกต่อการขึ้นรูปกรอบลูกฟัก ตัวบานของประตูบานสวิงส่วนใหญ่ผลิตจากอลูมิเนียมหรือสแตนเลส บางแบบมีกระจกอยู่ภายในกรอบลูกฟัก

คุณสมบัติที่น่าสนใจของประตูบานสวิง (Swing Bi-fold Door)
บริเวณกรอบบานประตูสวิงจะมีอุปกรณ์สวิงยึดกับพื้นด้านล่างและวงกบประตู ทำให้สามารถผลักเปิดได้ทั้งสองทาง ตัวบานของประตูบานสวิงส่วนใหญ่ถูกแบ่งเป็นสองบาน จึงทำให้ประหยัดระยะเปิดเมื่อผลักเข้า-ออกมากกว่าประตูบานเปิดแบบเดี่ยว

การใช้งาน
ประตูบานสวิงเปิดด้วยการผลัก สามารถผลักเพื่อเข้า-ออกได้ทั้งสองทาง

ขนาดมาตรฐาน
ขนาดมาตรฐานของประตูบานสวิง มีขนาดความกว้าง x ความยาว (หน่วยเซนติเมตร) ดังนี้

ความกว้าง 80 x ความยาว 210 เซนติเมตร
ความกว้าง 90 x ความยาว 210 เซนติเมตร
ประวัติความเป็นมาโดยย่อ
ประตูบานสวิงเริ่มใช้ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 1 ในนครโรมันโบราณปอมเปอีจากการเริ่มใช้ประตูบานพับ

ตัวอย่างการนำไปใช้ในงานออกแบบ

ประตูบานสวิงนิยมใช้สำหรับอาคารที่เน้นการเข้า-ออกได้ทั้งสองทาง ได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรม ห้างสรรพสินค้า อาคาอเนกประสงค์ อย่างไรก็ตาม หากเป็นอาคารที่การออกแบบขึ้นอยู่กับความพึงพอใจส่วนตัวของเจ้าของโครงการ เช่น บ้านพักอาศัย ประตูบานสวิงสามารถนำมาใช้ได้หลากหลายห้อง เพื่อความแปลกใหม่ในการเข้า-ออกได้ทั้งสองทาง

3. ประตูบานเฟี๊ยม (Accordian Door)
Raw material
กรอบประตูบานเฟี๊ยมผลิตจากวัสดุหลากหลาย ได้แก่ ไม้จริง ไม้เทียม อลูมิเนียม สแตนเลส เหล็ก บานประตูบางรูปแบบใช้กระจก บางรูปแบบใช้วัสดุเดียวกับกรอบประตู

คุณสมบัติที่น่าสนใจของประตูบานเฟี๊ยม (Accordian Door)
ประตูบานเฟี้ยม คือประตูที่ประกอบด้วยบานประตูหลายบานมาต่อกันด้วยบานพับ มีลักษณะการเปิด-ปิดแบบทบสลับกันซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันมีเสน่ห์ของประตูบานเฟี๊ยม ข้อแนะนำในการติดตั้งประตูบานเฟี้ยม คือ ควรยึดบานประตูแต่ละบานเข้ากับรางบนเหนือบานและรางล่างบริเวณพื้น เพื่อป้องกันหน้าบานแกว่ง

การใช้งาน
การเปิด-ปิดประตูบานเฟี๊ยมสามารถออกแบบให้ทบสลับกันไปรวมที่ด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้าน ทำให้ช่องเปิดกว้างกว่าประตูประเภทอื่น

ขนาดมาตรฐาน
ขนาดมาตรฐานของประตูบานเฟี๊ยม มีขนาดความกว้าง x ความยาว (หน่วยเซนติเมตร) ของแต่ละบานย่อย ดังนี้

ความกว้างน้อยที่สุด 80 x ความยาว 210 เซนติเมตร
สาเหตุที่กำหนดความกว้างน้อยที่สุด 80 เซนติเมตร เนื่องจากเป็นระยะน้อยที่สุดที่คนสามารถเดินผ่านได้สะดวก อย่างไรก็ตาม สามารถเพิ่มความกว้างของประตูบานเฟี๊ยมแต่ละบานตามการออกแบบ และสามารถเพิ่มความยาวของประตูบานเฟี๊ยมแต่ละบานได้สูงสุดถึงระดับฝ้าเพดาน ซึ่งความยาวที่เหมาะสม คือ 210 – 350 เซนติเมตร ไม่นิยมให้ความยาวมากกว่า 350 เซนติเมตร เนื่องจากส่งผลให้ประตูแต่ละบานมีน้ำหนักมากเกินไป

ประวัติความเป็นมาโดยย่อ

ประตูบานเฟี๊ยมกำเนิดจากการใช้ประตูบานพับครั้งแรกในคริสต์ศตวรรษที่ 1 ในนครโรมันโบราณปอมเปอี ต่อมาได้พัฒนารูปแบบเป็นประตูบานเฟี๊ยมโดยการนำประตูบานพับหลายบานมาต่อกัน ประตูบานเฟี๊ยมเป็นที่นิยมใช้ในประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตัวอย่างการนำไปใช้ในงานออกแบบ
ประตูบานเฟี้ยมนิยมใช้แพร่หลาย เนื่องจากสามารถประยุกต์ได้หลากหลาย ดังนี้

ห้องที่ต้องการเชื่อมต่อกับพื้นที่อื่น เช่น ห้องนั่งเล่นกับสวนภายนอก
ห้องอเนกประสงค์ที่มีขนาดใหญ่สามารถแบ่งเป็นห้องขนาดเล็กด้วยการใช้ประตูบานเฟี๊ยมกั้นแบ่งเป็นห้องต่างๆ
ห้องขนาดเล็กสามารถกลายเป็นห้องใหญ่ด้วยการเปิดประตูบานเฟี๊ยมเชื่อมต่อกับห้องอื่น

4. ประตูบานหมุน (Pivot Door)
Raw material
กรอบของประตูบานหมุนส่วนใหญ่ผลิตจากวัสดุหลากหลาย ได้แก่ อลูมิเนียม สแตนเลส เหล็ก เนื่องจากสะดวกต่อการติดตั้งจุดหมุนบริเวณกลางบาน ตัวบานของประตูบานหมุนส่วนใหญ่จะใช้กระจกหรือเหล็กเส้นออกแบบลวดลายได้หลากหลายรูปแบบ

คุณสมบัติที่น่าสนใจของประตูบานหมุน (Pivot Door)

ประตูบานหมุน คือประตูที่ติดตั้งจุดหมุนไว้กลางบานและติดตั้งโช๊คอัพแบบฝังพื้น (Floor Spring) แบบตั้งค้าง 90 องศา แต่หมุนได้รอบ 360 องศาเพื่อสะดวกต่อการใช้งาน ประตูบานหมุนนิยมติดตั้งต่อกันหลายบาน หากต้องการใช้บานประตูเพียงบานเดียว ควรกำหนดระยะเปิดให้สามารถผ่านเข้า-ออกได้สะดวก ซึ่งต้องมีการคำนวณระยะระหว่างจุดหมุนและหน้าบานให้สมดุลและติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ

การใช้งาน
ประตูบานหมุนเปิดด้วยการผลัก บานประตูจะหมุนได้ 360 องศา แต่ค้างได้เพียง 90 องศา จึงเหลือช่องประตูที่สามารถใช้งานเข้า-ออกได้เพียงครึ่งประตู

ขนาดมาตรฐาน
ขนาดมาตรฐานของประตูบานหมุน มีขนาดความกว้าง x ความยาว (หน่วยเซนติเมตร) ดังนี้

ความกว้างน้อยที่สุด 160 x ความยาว 210 เซนติเมตร
สาเหตุที่กำหนดความกว้างน้อยที่สุด 160 เซนติเมตร เนื่องจากประตูบานหมุนเปิดด้วยจุดหมุนตรงกลางบาน เมื่อเปิดเต็มที่จะเปิดค้างไว้ที่ 90 องศา ดังนั้น ความกว้างประตูจะเหลือเพียงครึ่งบาน คือ 80 เซนติเมตร ซึ่งเป็นระยะน้อยที่สุดที่คนสามารถเดินผ่านได้สะดวก อย่างไรก็ตาม สามารถเพิ่มความกว้างของประตูบานหมุนตามการออกแบบ และสามารถเพิ่มความยาวของประตูบานหมุนได้สูงสุดถึงระดับฝ้าเพดาน ซึ่งความยาวที่เหมาะสม คือ 210 – 350 เซนติเมตร ไม่นิยมให้ความยาวมากกว่า 350 เซนติเมตร เนื่องจากส่งผลให้ประตูบานหมุนมีน้ำหนักมากเกินไป

ประวัติความเป็นมาโดยย่อ
ประตูบานหมุนถูกประดิษฐ์ในเยอรมนี เมื่อปีค.ศ.1881 และนิยมใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ตัวอย่างการนำไปใช้ในงานออกแบบ
ด้วยวิธีการเปิดแบบเปิดค้าง 90 องศาและเหลือช่องประตูเพียงครึ่งเดียวของประตูบานหมุน จึงมีการออกแบบขนาดความกว้างและความสูงของบานประตูที่หลากหลาย ทำให้ประตูบานหมุนดูสวย มีเสน่ห์ เหมาะสำหรับกั้นแบ่งพื้นที่ภายในบ้านและเชื่อมต่อระหว่างสองพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ประตูบานหมุนไม่นิยมใช้เป็นประตูหลัก

5. ประตูบานเลื่อน (Sliding Door)

Raw material

กรอบประตูบานเลื่อนผลิตจากวัสดุอันหลากหลาย ได้แก่ ไม้จริง ไม้เทียม อลูมิเนียม สแตนเลส เหล็ก บานประตูส่วนใหญ่ผลิตจากกระจก

คุณสมบัติที่น่าสนใจของประตูบานเลื่อน
ประตูบานเลื่อน คือประตูที่เปิด-ปิดด้วยการเลื่อนออกด้านข้าง

ส่วนประกอบสำคัญของประตูบานเลื่อน คือรางเลื่อน ซึ่งมีทั้งแบบรางเลื่อนบนและรางเลื่อนล่าง

การเลือกใช้รางเลื่อนขึ้นอยู่กับงบประมาณในการก่อสร้าง มีรายละเอียดดังนี้

ประตูบานเลื่อนแบบรางเลื่อนล่างมีราคาค่าวัสดุและค่าการติดตั้งถูกกว่าและซ่อมแซมง่ายกว่าประตูบานเลื่อนแบบรางเลื่อนบน ลูกล้อของบานประตู คือตัวรับน้ำหนัก ซึ่งอาจสึกหรอเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน ทำให้การเปิด-ปิดไม่ลื่น และรางเลื่อนบนพื้นแต่อาจเสี่ยงต่อการสะดุดล้มบริเวณรางและในด้านความงาม ทำให้มองดูแล้วขาดความต่อเนื่องของพื้นห้อง
ประตูบานเลื่อนแบบรางเลื่อนบนหรือรางแขวน ตัวรับน้ำหนัก คือรางด้านบนใช้สำหรับแขวนบานประตู ซึ่งต้องคำนวณน้ำหนักและการยึดบานประตูเข้ากับรางโดยผู้เชี่ยวชาญ ในด้านความงามของประตูบานเลื่อนแบบรางเลื่อนบนหรือรางแขวน ช่วยให้ห้องทั้งหมดมีความต่อเนื่องกัน ทำความสะอาดง่าย
ประตูบานเลื่อนสามารถติดตั้งระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบเซ็นเซอร์ ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่นิยมพัฒนารูปแบบการเปิด-ปิดและรูปแบบกลอนจนเกิดเป็นวัตกรรมที่หลากหลาย อีกทั้งยังมีการติดตั้งลวดไว้ภายในบานกระจกเพื่อป้องกันความปลอดภัยอีกด้วย

การใช้งาน
ประตูบานเลื่อนเปิดด้วยการเลื่อนบานประตูสู่ด้านข้าง ทิศทางการเลื่อนเพื่อเปิด-ปิดประตูมีหลายแบบ ได้แก่

ประตูบานเลื่อนเดี่ยว สามารถเลื่อนบานประตูออกเพียงด้านเดียว
ประตูบานเลื่อนคู่ สามารถเลื่อนบานประตูออกทั้งด้านซ้ายและด้านขวา จึงมีช่องเข้า-ออกที่กว้างกว่าประตูบานเลื่อนเดี่ยว
ขนาดมาตรฐาน
ขนาดมาตรฐานของประตูบานเลื่อน มีขนาดความกว้าง x ความยาว (หน่วยเซนติเมตร) ดังนี้

ประตูบานเลื่อนเดี่ยว

ความกว้าง 160 x ความยาว 205 เซนติเมตร
ความกว้าง 180 x ความยาว 205 เซนติเมตร
ความกว้าง 180 x ความยาว 230 เซนติเมตร
ความกว้าง 190 x ความยาว 205 เซนติเมตร
ความกว้าง 200 x ความยาว 205 เซนติเมตร
ความกว้าง 200 x ความยาว 230 เซนติเมตร
ประตูบานเลื่อนคู่
ความกว้าง 200 x ความยาว 205 เซนติเมตร
ประวัติความเป็นมาโดยย่อ
ประตูบานเลื่อนเริ่มใช้ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 1 ในนครโรมันโบราณปอมเปอี

 

 

ออกแบบบ้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *