รีวิวหนังผี Things Heard & Seen แว่วเสียงวิญญาณหลอน

Things Heard & Seen แว่วเสียงวิญญาณหลอน หนัง Original Netflix เรื่องราวของสามีภรรยาจากแมนฮัตตันย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ย่านฮัดสันวัลเลย์และค้นพบด้านมืดของชีวิตแต่งงานที่อาจพัวพันกับประวัติศาสตร์ของบ้านใหม่หลังนี้

หนังที่สร้างจากนิยายชื่อดัง All Things Cease to Appear ของเอลิซาเบธ บรันเดจ นำเสดงโดย อแมนด้า ไซย์ฟริด ดาราสาวสวยที่มีเอกลักษณ์ตาโตที่หลายคนจดจำได้เป็นอย่างดี คู่กับดารานำชาย เจมส์ นอร์ตัน ที่ก็มีชื่อเสียงพอตัว เรียกว่าทั้งพื้นฐานนิยายกับดาราก็ไม่น่าจะทำให้ผิดหวังอะไรมากกับหนังที่ออกทุนโดย Netflix เรื่องนี้ (ไม่ใช่หนังโรงซื้อมา) แต่กลายเป็นยิ่งกว่าผิดหวัง เพราะหนังเรื่องนี้นอกจากจะทำตัวอย่างมาหลอกคนว่าเป็นแนวบ้านผีสิงผสมสืบสวนดูแล้ว ยังเรียกว่าทรยศความคาดหวังคนดูที่คิดว่าเป็นหนังผีหลอกโดยสิ้นเชิงซ้ำไปอีก

พล็อตเรื่องนี้ไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปจากแนวบ้านผีที่มักเห็นกันบ่อยๆ คือ ครอบครัวแสนสุขย้ายมาบ้านใหม่ ก่อนจะเจอเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติในบ้านแห่งนี้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เดินตามสูตรนี้เป๊ะด้วยการให้ช่วงแรกผีออกมาหลอกลูกสาวของ แคทเธอรีน นางเอกในเรื่องที่เป็นแม่บ้านอยู่กับลูกสองคน และแคทเธอรีนเองก็เห็นหลายอย่างผิดปกติเหมือนกับลูกเช่นกัน แต่ไม่กล้าบอก จอร์จ สามีของเธอที่เป็นอาจารย์ศิลปะในมหาวิทยาลัยในเมืองนี้ โดนตัวสามียืนกรานว่าบ้านไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ภรรยาชอบระแวงหลอนไปเอง

เพราะเธอเป็นพวกอดอาหารกินแต่โปรตีนกระป๋อง แล้วก็มักจะชอบล้วงคอให้อาเจียนหลังกินอาหารเข้าไป

ซึ่งนี่เป็นคีย์แมสเซจในเรื่องที่ถูกย้ำบ่อยๆ จนทำให้คนดูในช่วงแรกเริ่มเชื่อว่า การอดอาหารของแคทเธอรีนต้องมีส่วนเกี่ยวกับการเห็นผีในเรื่องนี้แน่ๆ และอาจจะพลิกตามสูตรหนังแนวนี้ที่เรื่องมักมีอะไรซ่อนไว้มากกว่านั้น ซึ่งเรื่องก็ทำให้ดูคลุมเครือกับประวัติของบ้านที่ดูแปลกๆ มาตั้งแต่เริ่มสร้างด้วย

หนังทำเรื่องต่างๆ ให้ดูคลุมเครือไปหมด แม้แต่งานใหม่ของจอร์จ รวมถึงนิสัยเจ้าชู้ของเขาด้วย ซึ่งความคลุมเครือนี้อาจจะเป็นข้อดีเดียวของเรื่องที่ชวนให้คนติดตามจริงๆ ไปจนจบ เพราะอยากรู้ว่าเรื่องจริงเป็นยังไงกันแน่ ต้องบอกตรงนี้เลยว่า ทุกอย่างที่หนังนำเสนอมาแบบนั้นแทบไม่มีอะไรลึกลับอย่างที่พยายามทำให้คิดเลย

เรียกว่าหนังแทบจะหักหลังคนดูจนหลังแทบเดาะไปกับการที่เรื่องเฉลยสิ่งต่างๆ มาแบบไม่ได้สำคัญ ชวนลุ้น หรือหักมุมอะไรเลยสักอย่าง เรียกว่าสิ่งที่คนดูต้องการอย่าง ผีในเรื่องมีจริงไหม หนังก็ตอบคำถามนี้ออกมาทื่อๆ แถมยังพาไปเรื่องความเชื่อไสยศาสตร์แบบจริงจัง ที่เหมือนจะหลอกคนดูซ้อน แต่กลับเอาจริงในเรื่องนี้มากจนเรียกว่างมงายเลยก็ว่าได้ เพราะตอนจบของเรื่องก็ยังอุตส่าห์โยงมาที่จุดนี้อีก และก็จบแบบติสท์ๆ ไปในแนวศิลปะภาพวาด ซึ่งรับรองว่าคนดู 99% มีเกาหัวว่าต้องการสื่ออะไร และจบแบบนี้เพื่ออะไร เป็นตอนจบแบบ What the Fuck เลยก็ว่าได้ ซึ่งถ้าคนดูรู้ว่าเรื่องนี้จบติสท์ๆ แบบนี้คงมีเทแน่นอน  อ่านต่อได้ที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *