รีวิวซีรีส์จีน  ดาบมังกรหยก 2019 การกลับมาของ เตียบ่อกี้

ดาบมังกรหยก 2019 รีเมคอีกครั้ง กับเรื่องราวของ เตียบ่อกี้ เข้าฉายแล้วทางช่อง MCOT 30 ทุกวันเสาร์ เวลา 14.00 -16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา และสามารถรับชมได้ทาง AIS Play

นิยายเรื่อง “ดาบมังกรหยก” จัดว่าเป็นหนึ่งในบทประพันธ์ชื่อดังของ กิมย้ง ปรมาจารย์แห่งวงการนิยายกำลังภายในที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของ เตียบ่อกี้ เด็กหนุ่มที่ต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องการกอบกู้บ้านเมืองของชาวจีนคืนจากชาวมองโกล และการแก่งแย่งชิงดีในยุทธภพ การตามหาอาวุธวิเศษ ไปจนถึงสงครามความรักกับเหล่าหญิงงามในเรื่อง ที่ขับเคี่ยวกันดุเดือด จนอาจจะยิ่งกว่าการสัประยุทธ์ของยอดฝีมือก็ว่าได้

 

แน่นอนว่า สำหรับการกลับมาของ “เตียบ่อกี้” หลายคนอาจมีคำถามว่า เวอร์ชั่นนี้ใหม่ล่าสุดดี ขึ้นกว่าเวอร์ชั่นเก่า ๆ ตรงไหนบ้าง หลังจากมีการรีเมคกันหลายเวอร์ชั่นมาก ซึ่งที่ผ่านมาจะมี ฉบับปี 1979, 1986, 1994, 2000, 2003, 2009 ซึ่งคราวนี้เป็นการกลับมาในรอบ 10 ปีเลยทีเดียว

อันนี้ลองดู นักแสดงที่เล่นเป็นสามตัวนำคือ เตียบ่อกี้ เตียเมี่ยง จิวจี้เยียกในเวอร์ชั่นก่อน ๆ

 

ต้องบอกว่า ถ้าต้องการรับชม เราก็สามารถหาดูได้จากฉบับล่าสุดคือ มังกรหยก 2017 ภาคก๊วยเจ๋ง และ มังกรหยก 2 ฉบับ 2014 ภาคเอี้ยก้วย ซึ่งทั้งสองชุดเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด แต่ถ้าอยากจะดู ดาบมังกรหยก 2019 ภาค เตียบ่อกี้ ที่ฉายอยู่นี้ก่อนเลยก็ไม่มีปัญหาครับ เพราะโดยเนื้อหาของดาบมังกรหยกจะค่อนข้างมีความเป็นเอกเทศจากสองภาคแรกอย่างชัดเจน เนื่องจากเล่นเรื่องราวหลังจากมังกรหยกทั้งสองภาคราว 70-80 ปี ดังนั้นถึงไม่ได้ดูสองภาคแรกมาก่อน ก็ดูภาคนี้ได้เลย เพียงแต่จะมีความเชื่อมโยงกับสองภาคก่อนอยู่บ้างในแง่ของ เรื่องราวเหล่าจอมยุทธ์ในสองภาคแรกที่ถูกเล่าขานในภาคนี้ รวมถึงเคล็ดวิชาและค่ายสำนักต่าง ๆ ที่จะมีส่วนเชื่อมต่อกันอยู่บ้าง

 

เมื่อครั้งที่ชาวมองโกล ลูกหลานของเจงกิสข่าน ได้ทำศึกชนะชาวจีนฮั่น พิชิตราชวงศ์ซ่งจนราบคาบ ก็ได้ทำการสถาปนาราชวงศ์หยวนขึ้นมา ปกครองเหนือแผ่นดินจงหยวน (ภาคกลางของจีน) แล้วก็ขยายอาณาจักรออกไปไพศาล จนกลายเป็นอาณาจักรที่มีอาณาเขตปกครองกว้างใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลก แล้วชาวมองโกลก็ปกครองชาวจีนฮั่นเรื่อยมา

แต่สำหรับลูกหลานชาวจีนแล้ว ยังคงมีความคิดที่จะกอบกู้แผ่นดินคืนจากชาวมองโลก กระทั่งได้เกิดมีคำกล่าวขานในยุทธภพว่า “เทิดทูนเหนือหล้า ดาบฆ่ามังกร อิงฟ้าไม่ปรากฏ ใครกล้าต่อกร” จึงทำให้บรรดาชาวยุทธ์ตีความกันว่า กระบี่อิงฟ้าและดาบฆ่ามังกร มีความลับยิ่งใหญ่ซุกซ่อนอยู่ หากใครค้นพบ จะสามารถกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในยุทธภพ รวมถึงทำภารกิจกอบกู้แผ่นดินจากชาวมองโกลได้ ซึ่งการแย่งกระบี่และดาบสองเล่มนี้ ได้กลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดการนองเลือดครั้งใหญ่ในยุทธภพตามมา

เตียบ่อกี้ กับคนในสังกัดนิกายเม้งก่า
อันที่จริงแล้ว เหตุการณ์ในดาบมังกรหยก จะเล่าเรื่องราวต่อจากเหตุการณ์ในมังกรหยกภาค 1-2 ซึ่งในนิยายต้นฉบับ จะเล่าเรื่องราวต่อจากมังกรหยกภาค 2 (ภาคเอี้ยก้วย วีรบุรุษอินทรี) ซึ่งจะเป็นการเดินทางของ ก๊วยเซียงในวัยสาว แล้วได้พบกับ เตียกุนป้อ (ซึ่งต่อมาคือ ปรมาจารย์ เตียซำฮง) แล้วพัวพันกับเหตุการณ์ บางอย่างที่จะทำให้ ก๊วยเซียง และ เตียซำฮง ได้รับเคล็ดวิชาจากคัมภีร์นวภพ (เก้าเอี๊ยง) แล้วนำไปสู่การก่อตั้งสำนัก บู๊ตึ้ง และ ง้อไบ๊ ต่อมาภายหลัง

แต่เนื้อหาในนิยายต้นฉบับส่วนนี้เป็นเนื้อหาที่ค่อนข้างสั้น อีกทั้งหลังจากเหตุการณ์นี้แล้ว เรื่องก็จะ Time Skip ไปอีกประมาณ 70-80 ปี ก็เลยทำให้ผู้สร้างดาบมังกรหยกแทบทุกเวอร์ชั่นเลือกที่จะตัดทอนส่วนนี้ออก แล้วใช้วิธีเอาเรื่องราวส่วนนี้มาเป็นฉากเล่าย้อนหลังในระหว่างดำเนินเรื่องราวไประยะหนึ่งแล้วแทน

ดังนั้นเรื่องราวเริ่มต้นใน ซีรีส์ดาบมังกรหยกแทบทุกครั้งที่มีการสร้าง ก็จะเริ่มหลังจากเหตุการณ์ในฉากจบของมังกรหยกภาค 2 ผ่านไปแล้วประมาณ 70-80 ปี ซึ่งเป็นตอนที่ชาวมองโกลเข้ายึดแผ่นดินจีนและตั้งราชวงศ์หยวนแล้ว จากนั้นเรื่องราวหลักก็จะเริ่มที่การตามหา “กระบี่อิงฟ้าและดาบฆ่ามังกร” ซึ่งถือว่าเป็นต้นเหตุทั้งหมดในเรื่อง โดยเรื่องราวก็จะมุ่งเน้นไปที่ ภารกิจกู้ชาติจีนกลับมาจากชาวมองโกล การค้นหาความลับที่ซุกซ่อนอยู่ของกระบี่อิงฟ้าและดาบฆ่ามังกร การแบ่งแยกฝ่ายธรรมะและอธรรมของเหล่าสำนักใหญ่ในเรื่อง รวมถึงความรักหลายเส้าของตัวละครเอกที่ทำให้เกิดเรื่องราววุ่นวายตามมา

ซึ่งความยากของการสร้างดาบมังกรหยกแต่ละเวอร์ชั่น ก็คือการคัดเลือกนักแสดงให้เข้ากับตัวละครหลักในเรื่อง โดยเฉพาะ 3 ตัวละครสำคัญที่ถือว่าเป็นตัวเดินเรื่องหลัก นั่นคือ เตียบ่อกี้ เตียเมี่ยง จิวจี้เยียก ซึ่งทั้งสามตัวละครจะมีส่วนของโครงเรื่องการต่อสู้แย่งชิงในเรื่องความรักที่เป็นรักสามเส้า ซึ่งตัวละครหญิงทั้งสองต้องต่อสู้และใช้ไหวพริบและความเด็ดขาดเพื่อเอาชนะใจเตียบ่อกี้ ในขณะที่โครงเรื่องหลักของดาบมังกรหยกก็คือ การต่อสู้ระหว่างฝ่ายธรรมะและอธรรมที่ยากจะจำแนกได้ชัดเจนว่า แท้จริงแล้วใครคือฝ่ายไหนกันแน่ และอีกเส้นเรื่องสำคัญคือ การต่อสู้เพื่อกู้ชาติบ้านเมือง ที่ตัวละครหลายคนยังมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์จีนด้วย

ดังนั้นโครงเรื่องของดาบมังกรหยกเลยมีความยิ่งใหญ่อลังการ คือมีทั้งส่วนที่เกี่ยวกับการต่อสู้ในยุทธภพและการต่อสู้เพื่อกู้บ้านเมือง ไปจนถึงสงครามความรัก อีกทั้งยังมีฉากแอ็คชั่นระเภทไคลแมกซ์ หรือฉากแนวชุมนุมชาวยุทธ์ที่ค่อนข้างอลังการอยู่หลายฉาก ซึ่งคนอ่านนิยายมาและคนที่ดูจากเวอร์ชั่นก่อน ๆ ก็จะคาดหวังเอาไว้สูงด้วย    อ่านต่อได้ที่

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *