Black Water : Abyss

รีวิว Black Water : Abyss – กระชากนรก โคตรไอ้ไข้  ลืมไปแล้วนะเนี่ยว่าเคยมี หนังสัญชาติออสเตรเลีย เรื่อง Black Water ออกมาเมื่อปี 2007 ก็จำคร่าว ๆ ได้ว่าเป็นหนังไอ้เข้ที่ได้ลุ้นพอตัวเหมือนกัน เล่นกับสูตรสำเร็จ กลุ่มคนติดกับบนต้นไม้ในป่าโกงกาง มีฝูงไอ้เข้ว่ายวนรองับเหยื่อ ทิ้งช่วงห่างมา 13 ปี ผู้กำกับ แอนดรูว์ ทรัคกิ กลับมาสานต่อภาค 2 แบบฉายเดี่ยว ไม่มี เดวิด เนอร์ลิช คู่หูที่เคยร่วมกำกับภาคแรก

เรื่องย่อ

เรื่องราวของเพื่อนกลุ่มหนึ่งที่ตัดสินใจมาพักร้อนวันหยุดด้วยการปีนถ้ำใต้ดิน ในป่าห่างไกลของประเทศออสเตรเลีย แม้ก่อนจะลงไปสำรวจพวกเขาจะสังเกตว่าในละแวกนี้น่าจะเป็นแหล่งเจริญพันธุ์ของเหล่าจระเข้ รวมไปถึงสภาพอากาศที่พายุน่าจะเดินทางมาถึงจุดที่พวกเขาอยู่ในไม่ช้า แต่ทั้งห้าสหายก็ไม่ได้แคร์ในความปลอดภัยของตัวเองสักเท่าไหร่

ลืมไปแล้วนะเนี่ยว่าเคยมีหนังไอ้เข้สัญชาติออสเตรเลียเรื่อง Black Water ออกมาเมื่อปี 2007 ก็จำคร่าว ๆ ได้ว่าเป็นหนังไอ้เข้ที่ได้ลุ้นพอตัวเหมือนกัน เล่นกับสูตรสำเร็จ กลุ่มคนติดกับบนต้นไม้ในป่าโกงกาง

มีฝูงไอ้เข้ว่ายวนรองับเหยื่อ ทิ้งช่วงห่างมา 13 ปี ผู้กำกับ แอนดรูว์ ทรัคกิ กลับมาสานต่อภาค 2 แบบฉายเดี่ยว ไม่มี เดวิด เนอร์ลิช คู่หูที่เคยร่วมกำกับภาคแรก

ดูเหมือนว่าหนังสัญชาติออสเตรเลียกำลังพยายามหาแนวทางในการสร้างจักรวาลหนังอันทรงคุณค่าเป็นของตัวเองขึ้นมา และหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นหนังระทึกขวัญที่มีองค์ประกอบของความดุร้ายของสัตว์ตามสัญชาตญาณ

และนั่นจึงกลายเป็นการกลับมาอีกครั้งของ “Black Water: Abyss” หนังตำนานจระเข้สุดโหด ที่เตรียมจะมาขย้ำกัดไล่มนุษย์เนื้อหอมหวาน แต่กลับมาในหนนี้กลับเป็นเพียงแค่สูตรสำเร็จเดิมๆ

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวสุดระทึกของกลุ่มคนรักการผจญภัย ที่โรยตัวลงไปสำรวจถ้ำร้าง โดยหารู้ไม่ว่านี่เป็นการสำรวจเส้นทางสู่ความตาย

เอริค และ เจนนิเฟอร์ คู่รักสายผจญภัย หลอกล่อ โยลันดา และ วิคเตอร์ เพื่อนของพวกเขาเข้าร่วมสำรวจถ้ำที่ไม่เคยมีใครเคยไปมาก่อนในป่าลึกทางเหนือของออสเตรเลีย พร้อมกับความช่วยเหลือจากไกด์สำรวจถ้ำที่เอาแน่เอานอนไม่ได้อย่าง แคช

นักสำรวจถ้ำทั้ง 5 คน เดินทางมาถึงปากถ้ำสุดลึก ขณะเดียวกันพายุก็กำลังตั้งเค้าอยู่ แต่กลับไม่มีใครสนใจ เพราะทุกคนเชื่อมั่นว่าจะปลอดภัยอยู่ภายในถ้ำใต้ดินแห่งนี้ แต่แล้วเมื่อฝนกระหน่ำลงมา น้ำเริ่มท่วมภายในถ้ำ

ความสับสนและตึงเครียดจึงเกิดขึ้นกับพวกเขาอย่างรวดเร็ว พวกเขาพยายามหาทางออกและเอาชีวิตให้รอด แต่แล้วเมื่อความกังวลกับการเอาตัวรอดจากระดับน้ำที่เพิ่มสูง และอากาศที่อับชื้น กลับกลายเป็นสิ่งที่พวกเขากังวลน้อยที่สุด นั่นเพราะพวกเขาค้นพบว่าพายุได้นำพาเหล่านักล่าหิวกระหายมายังถ้ำแห่งนี้ด้วย…

การดำเนินเรื่อง

ตามฟอร์มหนังใหม่เต็มเรื่องหนังทุนต่ำที่มักจะไม่ใช้บริการดารามีชื่อ รอบนี้ใช้นักแสดงนำ 5 คน ไม่คุ้นหน้าเลยสักคนเดียว วางพลอตเรื่องง่าย ๆ เป็นกลุ่มเพื่อน 5 คน ที่ไปร่วมผจญภัยกันสำรวจถ้ำลึกลับในป่า

เพราะ แคช หนึ่งในกลุ่มเพื่อนทำงานเป็นทีมกู้ภัยแล้วไปเจอถ้ำนี้เข้าขณะที่ตามหานักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่หลงทาง แล้ววาดฝันสวยหรูว่าจะเปิดถ้ำนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันซีน ( ได้ด้วยเหรอ) สมาชิกที่เหลือ 4 คนเป็น 2 คู่ผัวเมีย เอริก- เจน กับ วิกเตอร์-โยลันดา

ด้วยความยาวมาตรฐานของหนังสยองขวัญที่ 1 ชั่วโมง 38 นาที หนังเลยไม่มีเวลาให้แม้แต่จะแนะนำภูมิหลังของตัวละครทั้งหมด

หลังแนะนำตัวละครไม่นานทั้ง 5 ก็โรยตัวมาอยู่ในถ้ำแล้ว ก็มุดตามซอกตามหลืบจนมาเจอโถงใหญ่ พื้นที่ตรงกลางเป็นแอ่งน้ำใหญ่ มีพื้นที่แคบ ๆ ตามผนังถ้ำพอให้ยืนพักกันได้บ้าง ไม่นานจากนั้นน้ำป่าก็ไหลหลากเข้ามาในถ้ำ ปิดทางที่ทั้ง 5 เข้ามา

เหตุเพราะข้างนอกเกิดพายุฝน และนี่คือจุดเริ่มต้นเหตุระทึกเมื่อไอ้เข้โหดดุปรากฏตัวขึ้น จากนั้นก็เข้าสูตรสำเร็จหนังระทึกขวัญ เหยื่อติดกับอยู่ในสถานที่ปิดตาย และสถานการณ์บีบคั้นขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อระดับน้ำค่อย ๆ สูงขึ้น นั่นเท่ากับจุดจบของทั้ง 5 ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา

ต้องบอกว่า Black Water : Abyss ไม่ได้มีความแปลกใหม่ใด ๆ เลย จะว่าไปพลอตเรื่องก็เหมือนกับ 47 Meters Down: Uncaged เมื่อปีที่แล้วอย่างมาก เหตุการณ์เกิดในถ้ำเหมือนกัน บรรดาเหยื่อติดกับเหมือนกัน ต่างกันแค่เปลี่ยนจากฉลามมาเป็นจระเข้เท่านั้น

แต่เว็บหนัง HD ถ้าพิจารณาในด้านหนังสยองขวัญลุ้นระทึก หนังก็ตอบโจทย์ได้อย่างดีเยี่ยม เรียกว่าถ้าเป็นข้อสอบสูตรสำเร็จของหนังสยองขวัญก็ถือว่าเป็นรายที่ทำคะแนนได้ดีเลย องค์ประกอบต่าง ๆ ที่ถูกกำหนดขึ้นมานั้นล้วนเอื้อประโยชน์ให้กับอารมณ์หนัง

โดยเฉพาะบรรยากาศแวดล้อมที่เป็นถ้ำเงียบ ๆ น้ำมืด ๆ ดำ ๆ ตามชื่อเรื่องที่แค่เห็นก็ดูน่ากลัวแล้ว ทัศนวิสัยถูกบีบบังคับให้มองเห็นแค่วงแสงสว่างแคบ ๆ จากไฟฉาย เราก็มองตามแสงไฟโดยไม่รู้ว่าไอ้เข้จะโผล่มาให้สะดุ้งเอาตอนไหน

แน่นอนว่าบทหนังต้องใส่สถานการณ์บีบคั้นเข้ามาเรื่อย ๆ ตัวละครรายหนึ่งจะต้องมีปัญหาสุขภาพ ปัญหาผิดใจกันระหว่างเพื่อนในกลุ่ม หนังโยนความหวังมาให้

ด้วยการพบช่องทางรอดออกสู่โลกภายนอกครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ไปเรื่อย ๆ ทำให้หนังเดินหน้าไปอย่างน่าติดตาม แต่ละคนค่อย ๆ กลายเป็นเหยื่อของไอ้เข้ ก็ต้องลุ้นกันละว่า สุดท้ายแล้วบทหนังจะเลือกให้มีใครรอดหรือไม่

ด้วยความที่เป็นหนังทุนต่ำ

ด้วยความที่เป็นหนังทุนต่ำ ทำให้งบทางด้านซีจีย่อมจำกัด ไอ้เข้ก็เลยไม่ได้โผล่มาให้เห็นเต็มตัวชัด ๆ นัก ส่วนใหญ่ก็เห็นแค่หัวกับหลังว่ายไปว่ายมาในน้ำนั่นแหละ มี 2 – 3 ครั้งได้ที่พุ่งออกมาจากผืนน้ำเงียบ ๆ เข้าใส่เหยื่อ

อันนี้ได้ผลโคตร ๆ ครับ ดูหนังแบบนี้ต้องได้สะดุ้งแล้วก็เป็นการสะดุ้งได้สุดตัวเลย ก็ต้องชื่นชมว่าหนังไม่ได้โชว์ไอ้เข้แบบพร่ำเพรื่อ มาน้อยแต่มาแล้วได้ผลจริง ดนตรีประกอบก็มีไม่มากนัก เพราะส่วนใหญ่จะปล่อยให้ลุ้นกันเงียบ ๆ ทำให้บรรยากาศโดยรวมกดดันอย่างมาก

จะว่าไปไอ้ความรู้สึกว่าน่ากลัวนี่ ก็น่ากลัวด้วยบรรยากาศรายรอบของหนังที่ร่วมกันบิลด์เข้ามา หาใช่ความน่ากลัวจากตัวไอ้เข้ ซึ่งความที่เราต่างรับรู้ถึงความดุร้ายของไอ้เข้ก็เป็นความรู้สึกสามัญพื้นฐานให้เราสร้างความกลัวขึ้นมาเองได้แล้ว

แต่ไอ้เข้ในหนังนั่นเราแทบไม่ได้เห็นตัวมันเต็ม ๆ ชัด ๆ เลย จะว่ามันน่ากลัวเพราะภาพลักษณ์ก็ไม่ได้ เพราะนอกจากหนังจะไม่ปูพื้นฐานของตัวละครให้เรารู้จักแล้ว ไอ้เข้ตัวร้ายของเรื่องนั้น

เราก็แทบไม่ได้รู้จักด้วยว่ามันมีกิตติศัพท์ความดุร้ายมาก่อนหรือไม่ มาอยู่ในถ้ำนี้ได้อย่างไร มันใหญ่กว่าปกติไหม เอาเป็นว่าดูจนจบแล้วยังไม่รู้ว่ามันมีกี่ตัวเลยด้วยซ้ำ

หนังไม่เน้นขายฉากอี๋แหยะ ไม่มีศพน่าเกลียดให้เห็น มีให้เห็นแค่ฉากเหยื่อดิ้นทุรนทุรายอยู่ในน้ำเท่านั้น แล้วน้ำก็เป็นสีแดง มีความพยายามโชว์แผลที่ถูกไอ้เข้กัด แต่ตรงนี้ต้องหักคะแนน แผลดูไม่สมจริงและไม่ชวนหวาดเสียวเท่าที่ควรนัก

จุดเด่น

ต้องยอมรับเลยว่าสิ่งที่โดดเด่นที่สุดของ Abyss ก็คือโทนความระทึกขวัญและลูกเล่นที่ทำให้คนดูต้องเสียววาบไปทั้งเรียวขา เรียกได้ว่านั่งดูอยู่ในโรงหนังก็อาจจะเผลอยกขาขึ้นมานั่งกอดเข่าได้เลยทีเดียว

และนั่นก็น่าะเป็นเพียงจุดเด่นจุดเดียวที่มีของหนังเรื่องนี้ เพราะโดยภาพรวมทั้งหมดหนังก็ไม่มีอะไรที่แตกต่างหรือน่าสนใจใดๆ อีก ล้วนแต่นำเสนอด้วยภาพความซ้ำซากของหนังแนวๆ นี้เหมือนเดิม

ในบางมุมหนังเรื่องนี้ก็ยังคงให้ความรู้สึกเหมือนกับหนังดูหนังเกรดรองๆ ที่ไม่น่าใช่หนังใหญ่เข้าฉายโรงหนังด้วยซ้ำ แต่อาจจะอคติเกินไปเสียหน่อย คงเป็นเพราะเราไม่ได้คุ้นเคยกับเหล่านักแสดงจากออสเตรเลียมากกว่า

ทำให้ไม่รู้สึกคุ้นเคยกับพวกเขา ทั้งๆ ที่เหล่านักแสดงก็ถ่ายทอดการแสดงออกมาได้อย่างน่าพอใจดี แอคติ้งของพวกเขาไม่ได้แย่เลย เพียงแค่เนื้อหาของหนังอยู่บนพื้นฐานของสูตรสำเร็จทั่วๆ ไปเท่านั้น

จุดที่ไม่ชอบ

ที่น่าขันที่สุดคือ เป็นหนังที่จระเข้น่าจะเป็นตัวร้ายคนสำคัญแต่จนหนังผ่านไปชั่วโมงกว่าๆแล้วคนดูก็ยังไม่มีโอกาสจะได้เห็นเจ้าอสูรกายเหล่านี้แบบชัดๆ มีแต่ครีบหางและเงาตะคุ่มๆ ที่ดำผุดดำว่ายซ้ำซาก

จนคนดูได้แต่เท้าคางที่เบาะว่าตกลงเราจะได้เห็นมันตอนไหน ระหว่างที่นั่งด่าในใจได้ไม่นานก็เหมือนผู้กำกับจะรู้ทัน เลยเซอร์วิสฉากไอ้เข้กระโดดพ้นน้ำจะมางาบผองเพื่อนให้แก้ขัด 1 ฉาก (ย้ำฉากเดียว ที่เหลือก็เห็นวับๆแวมๆตามเดิม)

 

บาคาร่า ufabet 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *